การเดินทางมาอ.ปาย

posted on 10 Oct 2008 09:27 by chinmp

การเดินทางมาอ.ปาย

ปาย+เดินทาง

:: การเดินทางมาอ.ปาย ::

เราสามารถเลือกเดินทางมาอ.ปาย ได้หลายๆวิธี ขึ้นอยู่กับเวลา อารมณ์ และทุนทรัพย์

:: จากกรุงเทพ-เชียงใหม่ ::

มีหลายวิธีด้วยกัน ทั้งทางรถยนต์ ทางรถไฟ ทางเครื่องบิน โดยขั้นแรกต้องมาให้ถึงเชียงใหม่ก่อน เพราะระยะทางจากเชียงใหม่-ปาย จะเป็นระยะทางที่สั้นที่สุด

:: โดยรถยนต์ สำหรับวันหยุดพักผ่อนยาวๆ และเป็นผู้รักการปวดก้นในการขับขี่ จากกรุงเทพใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านอยุธยา อ่างทอง นครสวรรค์ หลังจากนั้ใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปยังพิษณุโลก ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำปางลำพูนถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 695 กิโลเมตร

อีกทางหนึ่งคือจากนครสวรรค์ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านกำแพงเพชร ตาก และลำปางถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 696 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง

:: ทางรถทัวร์โดยสาร (หลับมาเลยถึงเชียงใหม่เช้าพอดี ได้ชื่นชมวิวมืดข้างทาง) มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร2 ทุกวันๆละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่

  • บริษัทขนส่งจำกัด
  • หมอชิต โทรศัพท์ 0 2936 2852-66
  • สถานีขนส่งเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0 5324 1449
  • ทันจิตต์ทัวร์
  • หมอชิต โทรศัพท์ 02936 3210
  • สถานีขนส่งเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0 5324 7569
  • นครชัยแอร์
  • หมอชิต โทรศัพท์ 02936 3900
  • สถานีขนส่งเชียงใหม่ โทรศัพท์ 05326 9777

:: ทางรถไฟ (อันนี้เป็นนักท่องเที่ยวคลาสสิค ไม่รีบไร้ธุระดื่มเบียร์ชมวิว) มีรถด่วนและรถเร็ว ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ทุกวันสอบถามรายละเอียดได้ที่

  • การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร 0 2223-7010, 0 2223-7020
  • สถานีหัวลำโพง โทรศัพท์ 0 2223 3762, 0 2220 4334
  • สถานีเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0 5324 4795, 0 5324 5363

:: ทางเครื่องบิน ( งานทุจริตรัดตัว รีบมา รีบไป รีบเที่ยว รีบกิน แต่มีตัง..) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

  • สายการบินการบินไทย
  • สำนักงานใหญ่ โทรศัพท์ 0 2513 0121
  • ท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) โทรศัพท์ 0 2535 20812
  • สอบถามเที่ยวบิน 1566
  • สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โทรศัพท์ 0 2229 3456-63
  • สายการบินวัน-ทู-โก โทรศัพท์ 0 2267 3214-6
  • สายการบินไทยแอร์เอเชีย โทรศัพท์ 02515 9999
  • สายการบินนกแอร์ โทรศัพท์ 1318

ปาย+เดินทาง

:: จากเชียงใหม่-ปาย ::

จากเชียงใหม่มาถึงอ.ปาย มาได้โดยขับรถยนต์มาเอง, นั่งรถเมล์โดยสาร เชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน,นั่งรถตู้

:: ขับรถยนต์มาเอง เดินทางจากเชียงใหม่ไปปาย ด้วยเส้นทางหลวง 107 ผ่านอำเภอแม่ริม จนถึงอำเภอแม่แตง ผ่านแยกแม่มาลัยเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 1095 สู่ถนนเส้นแม่มาลัย-ปาย ระยะทางประมาณ 103 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นถนนลาดยางตลอดเส้นทาง แม้จะมีความคดเคี้ยวสูงชัน แต่ทิวทัศน์สองข้างทาง ที่ให้มุมมองแบบสูง ก็ทำให้เพลิดเพลินไปอีกแบบนึง

ถ้าเป็นคนเมารถง่าย ขอแนะนำให้เอากอเอี๊ยะ(ที่ปิดแก้มเวลาปวดฟัน) ปิดที่สะดือก่อนเดินทางซะ ก็จะช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้.. แต่ถ้าสุดจะกลั้นจริงๆ ก้ขอให้เตรียมถุงพลาสติกกว้างๆ ติดตัวไว้เป็นการดี เส้นทางนี้จะผ่านโป่งเดือด, อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ถ้าขับรถมาเองและมีเวลาเหลือ อาจแวะพักหรือเที่ยวสั้นๆก่อนก็ได้

:: โดยรถประจำทางเส้นทางสายเชียงใหม่ - ปาย

  • รถออกจากขนส่งอาเขตเชียงใหม่วันละ 5 เที่ยว
  • รถเมล์ธรรมดา เวลา 07.00 ., 09.30 ., 10.30 ., 12.30 ., 16.00 .
  • ค่าโดยสาร 68 บาท รถเมล์ปรับอากาศ 84 บาท
  • รถตู้ไปอำเภอปาย ขึ้นที่ขนส่งอาเขต รถจะจอดอยู่หน้าบริษัทเอื้องหลวงทัวร์​ตรงข้ามสวนอาหารซุ้มเฟื่องฟ้าของโรงแรมอาเขตอินน์ ออกประจำทุกชั่วโมงหรือจำนวนคนเพียงพอสำหรับการออกเดินทาง แต่ไม่เกิน 2 ชั่วโมง ราคาต่อหัวถึงอำเภอปาย 160 บาท โทรถามได้ที่ 061961281 , 098515650
  • รถตู้เหมาตั้งแต่ 08.00-15.00 ไปส่ง อ.ปาย ราคาประมาณ 1,400 บาท ติดต่อแถวขนส่งอาเขต หรือลุงปรีชา 01-5318339

ปาย+เดินทาง

หมายเหตุ อัตราค่าโดยสารและเวลารถออก อาจเปลี่ยนแปลงได้สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่

  • สถานีขนส่งอาเขต โทร. 0-5324-2664
  • บริษัทเปรมประชาขนส่งจำกัด เชียงใหม่ 0-5324-4737, 0-5330-4748

:: นั่งเครื่องบินจากเชียงใหม่มาปาย โดยจองตั่วทางออนไลน์ได้ที่เวปของ สายการบิน SGA
หรือจะมาขึ้นเครื่องที่สนามบินเชียงใหม่ ออกทุกวัน วันละ หนึ่ง เที่ยว เวลา 11.30 น. ใช้เวลา 20 นาทีก็ถึงปายแล้ว ราคาตั๋วใบละ 1450 บาท

ปล.

จริงๆแล้วการมาอ.ปายยังมีอีกหลายวิธี เช่นเคยมีหนุ่มคนนึงมาอ.ปาย ด้วยวิธีเอาจักรยานเมาเท่นไบค์ ขึ้นเครื่องบินมาลงที่จ.แม่ฮ่องสอน แล้วขี่จักรยานร่อนมาเรื่อยๆจนถึงอ.ปาย แล้วก็ขี่ร่อนลงไปเชียงใหม่ เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับ กทม. อีกคนหนึ่ง เป็นหนุ่มอีกคนเอาจักรยานธรรมดา (ประมาณเฟสสัน) ขี่ปุเลงๆพร้อมสัมภาระ โดยขี่เลาะรอยตะเข็บ เริ่มจากทางอีสาน แล้วอ้อมมา จนถึง อ.ปาย (อันนี้ดูสภาพแล้ว เดินทางโหดมาก) ส่วนอีกคนที่จำได้ มาตอนสมัยเป็นนักศึกษาถาปัดขอนแก่น โบกรถมากับเพื่อน 2 คนจากขอนแก่น (นัยว่าประหยัดและการบรรลุซึ่งความฝัน) แต่ว่ามานมาถึงที่ปาย แล้วมานั่งกินเบียร์ที่ร้าน(สมัยก่อนขายอาหาร) ไปหก ขวดได้ ..อืมส.. ตกลงมันประหยํดมั้ยเนี่ย..

การเปลี่ยนแปลงที่สมดุล
โดย : พนิตา คำภูษาเมื่อ : 6/09/2006 12:41 PM

การท่องเที่ยวมีอยู่ทุกที่ในโลก และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา , ทำลายป่า , คนในพื้นที่ถูกไล่ไม่มีสิทธิใช้ประโยชน์ใด ๆ จากพื้นที่ กลายเป็นเพียงผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ของบรรพบุรุษที่อาศัยอยู่นับร้อย ๆ ปี มีการแย่งชิงทรัพยากรในทุก ๆ ด้านกับชาวบ้านในพื้นที่ , โรงแรม , บังกะโล และนักท่องเที่ยวผุดขึ้นยังกับดอกเห็ดเพื่อจำกัดสิทธิของชาวบ้าน เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทิดให้เหมาะสมกับพื้นที่หรือสิ่งแวดล้อมของชาวบ้าน

ในหลาย ๆ พื้นที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่ตรงกันข้ามกับชาวบ้านบางลาที่พยายามต่อสู้เพื่อสิทธิ , ป่าชุมชน , วิถีชีวิตเดิม ๆ ของชาวบ้าน และทำไมการต่อสู้เรียกร้องสิทธิในป่าชุมชน มีความสำคัญมากกว่าเงินกว่าล้าน ๆ บาทที่จะได้รับหลังจากขายที่ดิน

"ถ้าพ่อไม่ทำแล้วใครจะทำ ถ้าปล่อยให้บริษัทใหญ่ , นักลงทุนเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยวหรืออื่น ๆ ปัญหาอะไรจะตามมา วิถีชีวิตเดิม ๆ ของชาวบ้านต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ , ชาวบ้านไม่มีสิทธิหาปู ปลา กุ้ง เหมือนก่อน มีสิทธิได้เป็นแค่ลูกจ้าง ขนหินลงทะเล เป็นไปไม่ได้ที่จะได้ใส่สูท ผูกหูกระต่าย" ผู้ใหญ่บ้านบางลากล่าว

การต่อสู้ของชาวบ้านบางลาสืบนับกว่า 100 ปี แต่เป็นการต่อสู้แบบโดดเดี่ยว ไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใดให้การช่วยเหลือสนับสนุน และเข้าใจเหตุผลของการต่อสู้ ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านต่อสู้เพื่อทรัพยากรของประเทศ และเพื่อผลประโยชน์ของทุกคน "ป่าชายเลนหรือป่าชุมชนที่ชาวบ้านพยายามปกป้อง ช่วยให้รอดพ้นจากสึนามิ ลม และพายุที่ทำลายหมู่บ้าน ชาวบ้านที่รอดมาได้เพราะป่าชายเลนช่วยลดความรุนแรงให้" ชาวบ้านกล่าว แต่ยังคงไม่มีใครเห็นประโยชน์ ตระหนัก และช่วยต่อสู้เพื่อปกป้องป่าชายเลนจากการทำลายจากนักลงทุน บริษัทขนาดใหญ่ การท่องเที่ยว

แต่ใช่ว่าการที่องเที่ยวไม่ดีเสียทั้งหมด การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทำให้เกิดการเรียนรู้ วิถีชีวิต ระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม แม้จะเป็นเชิงอนุรักษ์แต่ยังคงสร้างความเปลี่ยนแปลง การลุกล้ำ และทำลาย จึงต้องมีการเรียนรู้เพื่อสร้างความสมดุลให้กับสิ่งเดิมและการเปลี่ยนแปลง

แนวโน้มในการต่อสู้เพื่อป่าชุมชนของชาวบ้านบางลาอาจจะสู้อำนาจเงิน และวัฒนธรรมทุนนิยมไม่ได้ วัตถุประสงค์ของชาวบ้านไม่ใช่เพื่อปกป้องจากการเปลี่ยนแปลงตลอดไป แต่ต่อสู้เพื่อให้สังคมเงินทุน ธุรกิจการท่องเที่ยวเข้าจะถึงความสำคัญ ประโยชน์ของสิ่งที่ชาวบ้านพยายามปกป้อง และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีและสนับสนุนวิถีชีวิตเดิมของชาวบ้าน

เกาหลี..จ้า

posted on 11 Jun 2007 11:47 by chinmp

วัฒนธรรมสำคัญของเกาหลี

KOREA 20 IMPORTANT

20 วัฒนธรรมสำคัญของเกาหลี

ฮันบก : ชุดแต่งกายตามประเพณีชาติ เกาหลี

ฮันบก ของผู้หญิงประกอบด้วย กระโปรงพันรอบตัว เรียกว่า ชิมา และเสื้อ ชอกอรี ซึ่งคล้ายเสื้อแจ็คเก็ตฮันบกของผู้ชายประกอบด้วยชอกอริเช่นกัน แต่สั้นกว่าของผู้หญิง และมีกางเกงเรียกว่า บาจิ ทั้งชุดของผู้หญิงและผู้ชายสวมคลุมทับด้วยเสื้อคลุมยาวเรียกว่า ตุรุมากิ ปัจจุบันนี้ชาว เกาหลี นิยมสวมชุดแต่งกายประจำชาติในงานเทศกาล หรือในงานพิธีต่างๆ เช่นพิธีแต่งงาน พิธีศพ


กิมจิ และ บุลโกกิ
: อาหารเพื่อสุขภาพ

บุลโกกิ แปลตามศัพท์หมายความว่า เนื้อย่าง เป็นอาหารที่นิยมรับประทานในหมู่ชาว เกาหลี ในขณะที่กิมจิซึ่งเป็นผักดองรสจัดชนิดหนึ่ง ใช้รับประทานกับบุลโกกิมีรสไม่จัด ทำจากเนื้อสัตว์ได้หลายชนิด ที่นิยมมากที่สุดคือเนื้อวัวและเนื้อหมู

เครื่องปรุงมีส่วนสำคัญที่ทำให้บุลโกกิและกิมจิมีรสชาติตามต้นตำรับ กิมจิ ทำจากผักได้หลายชนิด ที่นิยมได้แก่ผักกาดและหัวผักกาด วิธีการทำ นำผักมาดองในน้ำเกลือแล้วเทน้ำเกลือออกให้ผักแห้งพอหมาด แล้วคลุกด้วยเครื่องปรุง กิมจิเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง มีคอเลสตอรอลต่ำ และยังมีเส้นใยอาหาร รวมทั้งมีวิตามินมากกว่าแอปเปิล จึงมีมีผู้กล่าวว่า กินกิมจิวันละนิดหน่อย ไม่ต้องคอยไปหาหมอ"


ฮันกึล
: อักษร เกาหลี

ตัวอักษร เกาหลี ถูกประดิษฐ์ขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 15 โดยพระเจ้าเซจองแห่งราชวงศ์โชซอน ประกอบด้วยพยัญชนะ 14 ตัว และสระ 10 ตัว การผสมกันระหว่างสระและพยัญชนะทำให้สามารถสร้างคำได้นับพันคำ เพราะตัวอักษรฮันกึลไม่มีความสลับซับซ้อนและมีจำนวนไม่มาก ภาษาเกาหลีสามารถเรียนรู้ได้ง่าย ปัญหาการไม่รู้หนังสือจึงหมดไปจาก เกาหลี


จองเมียว เชอแยก
: ดนตรีจองเมียวในพิธีสักการะบรรพบุรุษ

 ในวันอาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคมของทุกปี ลูกหลานของตระกูลชอนจู ยี ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์กษัตริย์โชซอน (1392 1910) จะประกอบพิธีสักการะบรรพบุรุษที่ศาลเจ้าจองเมียว ใน กรุงโซล

 แม้ว่าพิธีนี้จะกระทำโดยย่อแล้วก็ตามยังมีเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบพิธีดังกล่าวนี้ทั้งหมด 19 ชนิด ซึ่งประกอบด้วยระฆังหิน กระดิ่งทองเหลือง และกลองชนิดต่างๆ เครื่องดนตรีเหล่านี้ใช้บรรเลงบทเพลงประกอบพิธีกรรมดังกล่าวโดยเฉพาะ 


หน้ากากและการแสดงระบำหน้ากาก

หน้ากากภาษา เกาหลี เรียกว่า ทัล ซึ่งทำจากกระดาษ ไม้ ผลน้ำเต้าและขนสัตว์ หน้ากากเหล่านี้จะสะท้อนถึงโครงสร้างหน้าตาของคน เกาหลี แต่หน้ากากบางXยถึงเทพเจ้ากับอมนุษย์ ความจริงกับมโนภาพลักษณะของหน้ากากนั้นมีรูปร่างที่ผิดธรรมชาติไปมากเพราะว่า ทัลชุม เป็นการแสดงระบำหน้ากากแสดงตอนกลางคืนโดยใช้แสงสว่างจากกองไฟ

ระบำหน้ากากเป็นศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้พัฒนาโดยชาวบ้านที่มีเชื้อสายโชซอน ที่มีความรู้สึกถึงความขัดแย้งในการปกครองจากชนชั้นสูงในสังคมส่วนใหญ่แล้วผู้แสดงและผู้ชมมักมีส่วนร่วมในตอนท้ายของการแสดง


โสมเกาหลี

โสมเป็นพืชที่นิยมปลูกกันทั่วไปในเกาหลี ซึ่งมีภูมิอากาศและสภาพดินดีเหมาะกับการปลูกโสมที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก โสมเกาหลีมีชื่อเรียกเฉพาะว่า โสมกอริโย (GORYEO GINSENG) ซึ่งตั้งตามชื่อของราชวงศ์กอริโยโบราณ เพื่อให้ต่างจากโสมที่นำไปปลูกตามที่ต่างๆทั่วโลก และชื่อประเทศเกาหลีที่เป็นภาษาอังกฤษว่า KOREA ก็ได้มาจากชื่อนี้

โสมรับประทานเป็นยาบำรุงร่างกาย หรือเป็นยาเจริญอาหาร เชื่อกันว่าโสมทำให้กล้ามเนื้อต่างๆ และร่างกายแข็งแรง ช่วยกระตุ้นหัวใจ ป้องกันโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร เป็นยาชูกำลังและช่วยระงับประสาท โสมเป็นตัวยาสำคัญสำหรับการแพทย์แผนโบราณทางตะวันออก แต่ชาวเกาหลีนิยมดื่มโสม เช่นเดียวกับการดื่มชาหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์


วัดบุลกุกซา และถ้ำซอกกุรัม

วัดบุลกุกซาเป็นวัดใหญ่และสวยที่สุดในเกาหลี ตั้งอยู่ที่เกียงจู เมืองหลวงของอาณาจักชิลลา (57 ปีก่อนคริสต์ศักราช ค.ศ. 935) วัดบุลกุกซา ก่อสร้างโดยกษัตริย์บิวเพิง (ครองราชย์ 514 540) เป็นกษัตริย์พระองค์แรกแห่งราชวงศ์ชิลลา ที่เลื่อมใสพระพุทธศาสนา พระองค์ได้ทรงสวดมนต์ภาวนาขอให้อาณาจักรของพระองค์มีความอุดมสมบูรณ์และความสงบร่มรื่น

โครงสร้างของวัดที่ปรากฏในปัจจุบันนี้ได้มีการสร้างขึ้นใหม่ทดแทนของเก่าเมื่อ 751 มาแล้ว แต่เดิมนั้นวัดนี้มีอาคาร 86 หลัง ซึ่งมากกว่าในปัจจุบันถึง 10 เท่า บนภูเขาด้านหลังวัด มีถ้ำหินที่มนุษย์สร้างขึ้นเรียกว่าถ้ำซอกกุรัมถือว่าเป็นถ้ำที่สวยที่สุดถ้ำหนึ่งในโลก

ถ้ำซอกกุรัม ประกอบด้วยห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับนั่งพัก ภายในมีห้องโถงกลม มีโดมอยู่ตรงกลาง และถัดไปเป็นทางผ่านรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า องค์การ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนให้วัดบุลกุกซา และถ้ำซอกกุรัม เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1995


ภูเขาซอรักซัน

เกาหลีมีภูเขาที่สวยงามสองลูก ลูกหนึ่งอยู่ทางใต้ ชื่อภูเขาซอรักซัน อีกลูกหนึ่งอยู่ทางเหนือ ชื่อ ภูเขากึมกังซัน ซอรักซันเป็นเทือกเขาทางใต้สุดยาวเป็นแนวเดียวกันกับกึมกังซัน หรือภูเขาเพชร ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ

ป่าบนภูเขาซอรักซันซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,708 เมตร เป็นป่าที่มีพันธุ์ไม้ใบหลายชนิด และต้นสนนานาชนิด พันธุ์ไม้บนยอดเขานี้มีประมาณ 939 สายพันธุ์ มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 25 สายพันธุ์ นก 90 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 11 ชนิด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 9 ชนิด แมลง 360 ชนิด และสัตว์น้ำ 40 ชนิด


ศิลปินชาวเกาหลี

ชาวเกาหลีเป็นผู้ที่มักจะแสดงออกถึงความสามารถทางด้านดนตรีและศิลปะ นักไวโอลินชื่อ ซาราห์ ชาง ได้บันทึกแผ่นเสียงการบรรเลงไวโอลินชุดแรกของเธอเมื่ออายุ 9 ขวบ นอกจากนี้ยังมีนักไวโอลินที่มีชื่อเสียงคือ ชุงคยองฮวา ซึ่งเป็นนักไวโอลินที่มีชื่อเสียงและมีความสารรถมากมาตลอด 25ปีที่ผ่านมา

 โจซูมิ เป็นนักร้องเสียงโซปราโน ซึ่งวาทยการ เฮอร์เบิร์ด วอน คาราจัน ได้ยกย่องเธอว่าเป็นนักร้อง เสียงพระเจ้าประทาน"

อาจจะเป็นที่น่าประหลาดใจว่า แบกนัมชุน ชาวเกาหลีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น บิดาแห่งศิลปะวีดิทัศน์ นั้นเคยเป็นนักดนตรีและนักแต่งเพลงมาก่อน

ในปี 1963 แบกนัมชุน เป็นคนแรกที่นำเสนอผลงาน พรีแพริด โดยใช้โทรทัศน์เป็นสื่อ หลังจากนั้นผลงานของเขามีอิทธิพลต่องานศิลปะร่วมสมัย ซึ่งเชื่อมโยงวีดีโอและโทรทัศน์กับโลกของศิลปะ สื่อ เทคโนโลยี วัฒนธรรมสมัยใหม่และศิลปะประเภท อะวอง การ์ด


มรดกทางการพิมพ์

การพิมพ์แม่พิมพ์ไม้ของเกาหลีเริ่มเมื่อศตวรรษที่ 8 ตัวพิมพ์โลหะชิ้นแรกของโลก พัฒนาโดยชาวเกาหลีก่อนกูเดนเบิร์ก ของเยอรมนีกว่า 200 ปี

ชาวเกาหลีสมัยราชวงศ์กอริโย (918 1392) ได้สร้างพระไตรปิฏกฉบับเกาหลีขึ้นในศตวรรษที่ 13 ซึ่งถือว่าเป็นพระคัมภีร์แม่พิมพ์ไม้เก่าแก่ที่สุดในโลก และองค์การ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี1995


เครื่องดนตรีตามประเพณีเกาหลี

เครื่องดนตรีตามประเพณีเกาหลีมีประมาณ 60 ชนิด ที่ได้มีการสืบทอดกันจนถึงปัจจุบันเครื่องดนตรีเหล่านั้น มีทั้งพิณ 12 สาย เรียกว่า กายากึม และพิณ 6 สาย เรียกว่า กิวมันโก พิณทั้งสองชนิดนี้เชื่อว่าน่าจะมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 6

เครื่องดนตรีเกาหลีแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ เครื่องสาย เครื่องเป่า และเครื่องตี คิมดุกซู ซามัลนอริ วงดนตรีประกอบด้วย เครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีสี่ชิ้นที่มีชื่อเสียงมากทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างบทเพลงเก่าและบทประพันธ์ใหม่ๆ ทำให้เกิดเป็นผลงานทางดนตรีในมิติใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว


ดันชอง
: รูปแบบการตกแต่งอาคาร

ดันชอง หมายถึง การตกแต่งอาคารและสิ่งของอื่นๆ ด้วยสีต่างๆ ตามสไตล์เกาหลีแสดงถึงความสวยงามและความมีสง่า ภูมิฐาน

ดันชองใช้สี 5 สี คือ สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง สีดำ และสีขาว นอกจากนี้ดันชองจะประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้มีความสวยงามแล้วและยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกคือ เป็นการรักษาพื้นผนังของอาคารและปกปิดวัสดุที่นำมาก่อสร้างบางอย่างที่ดูไม่งามตาไม่สวยงาม ในขณะเดียวกันก็ทำให้อาคารดังกล่าวโดดเด่นมีความสง่างามยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่แล้วดันชองใช้กับอาคารสถาปัตยกรรม รวมทั้งวัดวาอารามทั้งในกรุงโซลและภูมิภาคต่างๆ ของเกาหลี


รูปแบบลวดลาย

 รูปแบบลวดลายต่างๆ นั้นมีที่มาจากรูปภาพแสดงความหมายต่างๆในสมัยก่อน โดยที่รูปแบบลวดลายเหล่านั้นเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความต้องการที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ อารมณ์ ความรู้สึกต่อสิ่งที่อยุ่รอบตัวแล้วพัฒนามาเป็นรูปแบบของศิลปะการตกแต่ง

ในบรรดารูปแบบลวดลายต่างๆ ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของเกาหลี คือมังกร และนกฟินิกซ์ และ แทกึก สัญลักษณ์นี้ใช้ในธงชาติเกาหลีหมายถึงสิ่งที่แตกต่างหรือตรงข้ามกัน 2 อย่างระหว่า อึม กับ หยาง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสงบเยือกเย็นกับการเคลื่อนไหว ความอ่อนแอดกับความแข็งแรง ความมืดกับความสว่างและเพศชายกับเพศหญิง รูปแบบเหล่านี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของความมีชีวิตยืนยาว 10 อย่าง คือ หิน ภูเขา น้ำ เมฆ ต้นสน เต่า กวาง นกกะเรียน เห็นราที่ไม่มีวันตาย และพระอาทิตย์


ชาซุ
: การเย็บปักถักร้อย

การเย็บปักถักร้อย ผ้าและวัสดุตกแต่งประดับประดาต่างๆ เช่น ม่าน นั้นนิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังใช้สำหรับตกแต่งสิ่งของเครื่องใช้ในบ้านเรือ เช่น ปลอกหมอน ซองแว่นตา กล่องบุหรี่ ที่ใส่ช้อน ตะเกียบ และแปรง

สามัญชนไม่อนุญาตให้ใช้เสื้อผ้าที่มีการถักทอเป็นลวดลาย ประเภทนี้นอกจากใช้ในพิธีแต่งงาน แต่สำหรับชาซุที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนานั้น ใช้ผ้าที่มีการเย็บปักถักร้อย เป็นลวดลายที่แตกต่างจากการใช้เพื่อประดับประดา ผ้าดังกล่าวใช้ตกแต่งวัด พระพุทธรูปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา


งานฝีมือทำจากกระดาษ

 ชาวเกาหลีมีประเพณีที่เก่าแก่อย่างหนึ่งคือ การประดิษฐ์เครื่องใช้จากกระดาษ ซึ่งชาวเกาหลีนิยมใช้กระดาษที่ผลิตได้ในท้องถิ่นหรือผลิตได้ในพื้นบ้าน มาประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ทำเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ถ้วยชามหลายขนาดที่มีฝาปิด ตะกร้า ถุงตาข่าย เหยือกน้ำ และถาดใส่ของ

นอกจากนี้ยังมีสิ่งประดิษฐ์จากกระดาษอีกมากมายเช่น กล่องเครื่องเขียน เสื่อ เบาะนั่ง ม่าน แล่ง กระบวย กระติกใส่แป้ง รองเท้า อ่าว และหม้อปัสสาวะ สิ่งประดิษฐ์ส่วนใหญ่จะถูกเคลือบด้วยวัสดุเคลือบผิว เพื่อทำให้ดูดี ทนทานและกันน้ำได้ ส่วนผสมของวัสดุเคลือบผิว ได้แก่ ส่วนผสมของน้ำมะพลับดิบ แป้งเปียกและน้ำมันเพอริลลา


บอจากิ
: ผ้าห่อของ

บอจากิเป็นผ้าเย็บขอบสี่เหลี่ยมมีขนาดและสีต่างๆ ซึ่งชาวเกาหลีใช้สำหรับห่อของเก็บของหรือห่อของเพื่อการพกพา

บอจากิยังมีใช้อยู่บ้างแม้ว่าบอจากิจะใช้ในชีวิตประจำวันและแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมของเกาหลี

บอจากิแสดงถึงภูมิปัญญาของชาวเกาหลีที่ประดิษฐ์โดยแม่บ้าน จากสิ่งของเหลือใช้และเศษผ้าต่างๆ รูปแบบและลวดลายการเย็บปักถักร้อย ทำให้บอจากิ ดูมีเสน่ห์ สวยงาม สามารถพับเก็บได้ขนาดเท่ากับผ้าเช็ดหน้าเท่านั้น


ภาพวาดพื้นบ้าน

ภาพวาดพื้นบ้านนั้นเมื่อก่อนเป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวางกันในหมู่ชาวเกาหลีโดยใช้ตกแต่งบ้านเรือนและเชื่อว่าภาพพิมพ์นี้จะทำให้ชีวิตมีความสุขตลอดไป

ในขณะที่ชาวเกาหลีชั้นสูงนิยมใช้ภาพพิมพ์ที่เป็นรูปทิวทัศน์ ดอกไม้และนก ภาพวาดนี้มักจะแทรกอารมณ์ขันและความเรียบง่ายของวิถีชีวิตในโลกนี้

แม้ว่าภาพวาดพื้นบ้านเหล่านี้จะเป็นผลงานของศิลปินพื้นบ้านแต่ผลงานเหล่านี้กลับเป็นที่นิยมของทุกชนชั้นในสังคม ตั้งแต่ระดับเชื้อพระวงศ์ วัดวาอาราม จนถึงชาวบ้านในชนบท ภาพวาดเหล่านั้นมีเอกลักษณ์ องค์ประกอบที่เด่นชัด รวมทั้งลักษณะการใช้แปลงและพู่กัน และการให้สีที่ฉูดฉาด


เซริ
: ประเพณีตามฤดูกาล

ประเพณีเซริ ซึ่งเป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนา ตรงกับวันที่เป็นการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลโดยยึดถือตามปฏิทินทางจันทรคติ เช่น ในวันขึ้นปีใหม่ ชาวเกาหลีจะทำการสักการะบรรพบุรุษ โดยการเซ่นไหว้ด้วยอาหาร เครื่องดื่มและเครื่องเซ่นต่างๆ หลังจากนั้นมีเซเบ หรือการโค้งคาราวะต่อผู้ที่อาวุโสในครอบครัว สำหรับในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย หรือที่เรียกว่าแดบอรึมนั้น จะมีการทำหุ่นฟางข้าว แล้วโยนลงในแม่น้ำ ซึ่งพิธีนี้ได้สูญหายไปจากหลายพื้นที่ในประเทศแล้ว แต่ประเพณีการกินเจ ยังกระทำอยู่โดยทั่วไป ในวันขึ้น 15 คำ เดือน 8 เป็นวันซูซอก เป็นวันแสดงความขอบคุณโดยลูกหลานจะไปไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน อาหารพิเศษสำหรับวันนี้มีซองเพียนซึ่งเป็นขนมรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ที่ใส่ งา ถั่ว ลูกเกาลัดหรือผักสดอื่น ๆ


พีธีเปลี่ยนวัย

ในเกาหลีนั้น เมื่อชาวเกาหลีเกิดมาจะมีประเพณีต่างๆ ตั้งแต่เกิดจนตาย เรียกว่า กวานฮนอซังเจ ซึ่งรวมถึงประเพณีบรรลุนิติภาวะ ประเพณีการแต่งงาน ประเพณีงานศพ และประเพณีการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ประเพณีบรรลุนิติภาวะ เป็นพิธีเรียบง่าย เด็กชายจะไว้ผมยาวและผูกจุก ได้รับกัดหรือหมวก ที่ทำด้วยหางม้า ส่วนเด็กหญิงจะถักผมเปียและทำมวยผม แล้วปักด้วยปิ่นปักผมโลหะ เรียกว่า บินยิว ส่วนประเพณีแต่งงานจัดขึ้นที่บ้านเจ้าสาว และเมื่อแต่งงานแล้วทั้งคู่จะอยู่ที่บ้านเจ้าสาวไปอีก 2-3 วัน แล้วจึงไปอยู่บ้านเจ้าบ่าว

ประเพณีงานศพ ของชาวเกาหลีเป็นพิธีที่มีขึ้นตอนมากมาย การไว้ทุกข์มักจะกระทำเป็นเวลา 2 ปี และมีระเบียบพิธีสวดมนต์ กราบไหว้ สักการะเป็นระยะตลอด 2 ปี ชาวเกาหลีได้สืบทอดประเพณีการเซ่นไว้บรรพบุรุษแสดงถึงความผูกพันระหว่างผู้ตายและลูกหลาน


สวน

แนวคิดหลักในการจัดสวน คือ การจัดสวนให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด หรืออาจพูดได้ว่า เป็นธรรมชาติมากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะเห็นได้ว่าผลงานที่ออกมาแสดงถึงภูมิปัญญาของชาวเกาหลี

แหล่งสวนโบราณที่ดีที่สุดมีการอนุรักษ์ไว้ คือ สระอันนับจิที่เกียงจู จังหวัดเกียงซังบุกโด นอกจากนี้ยังมีสวนที่สวยงามหาที่เปรียบมิได้คือ สวนในพระราชวังชังดอกกุง ในกรุงโซล มีเนื้อที่สวน 300,000 ตารางเมตร จากพื้นที่ทั้งหมด 405,636 ตารางเมตร ของบริเวณพระราชวัง สวนนี้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน ประกอบด้วย ทางเดินและห้องโถงที่สวยงาม มีสระบัว ก้อนหิน สะพานหิน ทางเดิน ลำธารและน้ำพุ กระจัดกระจายอยู่ในป่า ซึ่งการจัดสวนแบบนี้เป็นการจัดสวนลักษณะประจำชาติของเกาหลี